ธุรกิจที่สำคัญในพื้นที่


ธุรกิจที่สำคัญในพื้นที่ ประกอบด้วย 3 ภาคที่สำคัญ ได้แก่

ภาคเกษตรกรรม

การเกษตรของเดนมาร์กสามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อพลเมืองประมาณ 15 ล้านคน นับว่าเป็นสามเท่าของประชากรของประเทศเดนมาร์กทั้งหมด แม้ว่าบทบาทของการเกษตรในระบบเศรษฐกิจของเดนมาร์กได้ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อมีการเพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการเกษตรยังคงเป็นจุดที่สำคัญซึ่งเป็นผลมาจากกำลังการผลิตเงินตราต่างประเทศ ทั้งนั้นยังส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและความสำคัญในการจัดหาอาหารในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างบริษัทในภาคการเกษตร อาทิเช่นบริษัท Danish Agro ซึ่งเป็นบริษัทฟาร์มของเดนมาร์ก และ DLF-TRIFOLIUM เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หญ้าชั้นนำระหว่างประเทศ

      

ภาคบริการ

พลังงาน

เดนมาร์กเป็นผู้ผลิตน้ำมันใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรปตะวันตกรองมาจากนอร์เวย์และสหราชอาณาจักร หากร่วมกับการผลิตก๊าซน้ำมันแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญว่าทำไมเดนมาร์กได้มีดุลในการชำระเงินเป็นค่าบวกตั้งแต่ต้นปี 1990 เป็นต้นมา การผลิตพลังงานของเดนมาร์กขึ้นอยู่กับถ่านหินที่ได้นำเข้า น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากฝั่งทะเลเหนือของเดนมาร์ก รวมไปถึงพลังงานลม ในฝั่งทะเลเหนือของเดนมาร์ก น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีการผลิตในปริมาณมากซึ่งมากกว่าความต้องการในการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้นน้ำมันและก๊าซจะถูกนำขึ้นฝั่ง กระจาย และส่งออกผ่านทางท่อ ซึ่งก๊าซจะถูกส่งออกไปยังประเทศสวีเดนและเยอรมนีในขณะที่น้ำมันส่วนเกินจะทำการขายส่วนใหญ่ในจุดตลาด

สถาบันการเงิน

การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงจนถึงช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งแรก นำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ในการมีกิจกรรมภาคการเงินในขณะที่การเปิดตลาดเสรีด้านการเงินและการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ความอุดมสมบูรณ์สำหรับการเพิ่มความแข็งแกร่งในการจ้างงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 1980 ในตอนท้ายปีของปี 1980 ก็มีลักษณะแนวโน้มที่ชัดเจนต่อความเข้มข้นในด้านธุรกิจของเดนมาร์กในรูปแบบของการควบรวมกิจการ และนำมาซึ่งความจำเป็นที่จะต้องสร้างสถาบันการเงินที่แข็งแกร่งและมีขนาดใหญ่ นั้นเป็นผลให้ในปีที่ผ่านมานี้ ภาคการเงินได้มีประสบการณ์ที่กล่าวได้ว่าจำนวนของสถาบันการเงินลดลงครึ่งหนึ่ง และในที่สุดการจัดตั้งของทั้งสองธนาคารรายใหญ่ธนาคาร Den Danske และธนาคาร Nordea ก็ได้ปรากฎขึ้น

การขนส่ง

การขนส่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของเดนมาร์ก ในปี 1996 คิดเป็นประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการผลิตของเดนมาร์กโดยรวม และประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานรวม ในแต่ละส่วนจะแตกต่างกันเป็นอย่างมากขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการที่บุคคลมี อย่างไรก็ตาม กิจการภาครัฐหรือเอกชนที่มีขนาดใหญ่ในด้านการขนส่งสาธารณะมีจำนวนน้อยมากในด้านการจัดส่งและการบิน ในขณะที่บริษัทขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับทั้งการขนส่งสินค้า (ผู้รับเหมาขนส่งสินค้า) และการขนส่งส่วนบุคคล (บริษัทรถแท็กซี่)กลับมีจำนวนมาก

การคมนาคม

มูลค่าการผลิตจริงภายในบริการไปรษณีย์และการสื่อสารโทรคมนาคมและการสื่อสารโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละต่ำกว่า 50% ระหว่างปี 1986 และปี 1996 มากขึ้นกว่าภาคธุรกิจอื่นๆ ในประเทศเดนมาร์ก การเจริญเติบโตนั้นเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นหลักในปี 1980 ในด้านของการใช้คอมพิวเตอร์และการส่งข้อมูลที่มีการผลิตเพิ่มขึ้นในกิจกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมรูปแบบใหม่

       

ภาคอุตสาหกรรม

ภาคการผลิตในประเทศเดนมาร์กนั้นแตกต่างกันในด้านการผลิต และมีการผลิตสินค้าจำนวนมากทั้งเพื่อการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โรงงานเบคอน โรงงานนมโค โรงงานข้าวโพดและเบียร์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ น้ำมันอินซูลิน และพลาสติก สินค้าอยู่ในหมู่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกลการผลิตมอเตอร์ เครื่องจักรเพื่อการเกษตร ปั๊ม อุณหภูมิ ตู้เย็นอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคมและการจัดส่งสินค้าและสุดท้ายเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ของเล่น และหนังสือพิมพ์เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของเดนมาร์กซึ่งมีตัวเลขในการขายสูงที่สุด

ธุรกิจ/อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของเดนมาร์กจะมีขนาดกลาง (Medium- sized industry) โดยธุรกิจ/อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สําคัญของเดนมาร์กและธุรกิจที่มีการลงทุนในต่างประเทศ เช่น กลุ่มบริษัท A.P. Moller ซึ่งมีบริษัทเดินเรือ Maersk Line รวมอยู่ด้วย บริษัท Danfoss (Refrigeration technology) บริษัท Grundfos (ผลิต Pumps) บริษัท Novo Nordisk (Pharmaceuticals) บริษัท Ventas (กังกันลม) เบียร์ Carlsberg และ Tuborg และรองเท้า Ecco เป็นต้น นอกจากนี้ เดนมาร์กยังได้สํารวจพบน้ํามันและก๊าซธรรมชาติในทะเลเหนือซึ่งมีปริมาณมากพอที่นําไปใช้ภายในประเทศ รวมทั้งสามารถส่งออกไปยังตลาดโลกได้นับตั้งแต่ปี 2534 (ค.ศ.1991) เป็นต้นมา