เกร็ดการทำธุรกิจ


แนวโน้มของการดำเนินธุรกิจในอนาคต

แนวโน้มด้านนโยบายของรัฐบาล

ความท้าทายของเศรษฐกิจและความกดดันจากฝ่ายต่างๆ ส่งผลให้งบประมาณการใช้จ่ายปี 2557 เพิ่มขึ้นในด้านการศึกษา สภาพแวดล้อม การดูแลสุขภาพ และโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รวมถึงโครงการดูแลผู้สูงอายุ เทคโนโลยีสีเขียว และการคมคนคมทางรถไฟ อีกทั้งนโยบายการลดภาษี แนวโน้มของนโยบายยังคงเป็นกลาง (Centrist direction) ที่มีการร่วมมือกับรัฐบาลอีกทั้งสองฝ่าย ที่มีโปรแกรมส่งเสริมการเจริญเติบโตชื่อว่า Dkr6bn (US $ 1.1bn) ในการลดภาษีสำหรับธุรกิจพลังงานที่จะแถลงในเดือน พฤษภาคม 2557 ส่วนการประมูลจากรัฐบาล แผนการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ และเครือข่ายรถไฟเพิ่มมีการประกาศในช่วงต้นปี 2557 โดยสภาเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม (Environmental Economic Council)

การปฏิรูปสวัสดิการและแรงงานตลาดมีจุดประสงค์ในการเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน เป็นนโยบายที่สำคัญต่อการคลังระยะกลาง พระราชบัญญัติงบประมาณ (The Budget Act) ว่าด้วยการกำหนดการจำกัดการใช้จ่ายในปัจจุบันของรัฐบาลท้องถิ่นภูมิภาคและภาคกลางเป็นระยะเวลา 4 ปี มีผลตั้งแต่ปี 2557 มีการเปลี่ยนกฏระเบียบเกี่ยวเนื่องกับมาตราฐานอายุการเกษียณ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากเรื่อยๆ จาก 60 ปี เป็น 65 ปี โดยเพิ่มครั้งละ 6 เดือนในทุกๆปี เริ่มมีผลตั้งแต่ปี 2562-2565 มีจุดประสงค์ที่จะปฏิรูปตลาดแรงงานเพื่อเพิ่มอุปทาน การจัดลำดับความสำคัญและการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย มีความต้องการที่จะเกื้อหนุนเศรษกิจในระยะยาว และ บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขัน ประชากร และเงินสวัสดิการ รายงานโดย EIU เชื่อว่า แม้นโยบายของรัฐบาลจะมีแนวโน้มไปทางฝ่ายขวา รัฐบาลคงยังรักษาความเป็นฝ่ายกลางต่อไป

วิกฤตการเงินระหว่างประเทศในปี 2551 และการสูญเสียในประเทศส่งผลให้ การธนาคารในประเทศเดนมาร์กได้รับการสนับสนุนของรัฐอย่างมากตั้งแต่ปี 2551รวมทั้งการเพิ่มเงินทุน (Capital injection) และการค้ำประกันเงินฝากและตราสารหนี้ธนาคารโดยรัฐบาล ส่วนธนาคารขนาดเล็กจำนวนมากในเดนมาร์กมีความพยายามที่จะฟื้นฟู (ธนาคารทั้งหมด 62 ธนาคารหยุดการดำเนินงานระหว่างปี 2551- สิงหาคม 2556) แม้จะมีการจัดตั้งกฏระเบียบใหม่ในการลงทุนและการควบคุมทางการเงินเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาราคาบ้านในอนาคต ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอาจยังคงอ่อนแอ นอกจากนี้ Finansiel Stabilitet (บริษัทธนาคาร บริหารโดยรัฐบาล) ได้มีการครอบครองธนาคาร 10 แห่งตั้งแต่ 2551 ซึ่งอาจมีแนวโน้มที่จะต้องมีการระดมทุนของรัฐเพิ่มเติมในปี 2557-256 และเพิ่มภาระหนี้ภาครัฐ


แนวโน้มด้านเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจแสดงการเจริญเติบโตเล็กน้อยในปี 2556 ที่ 0.4% (คล้ายกันในปีก่อนหน้านี้) อัตราการเติบโตไม่มีความส่ำเสมอใน 4 ไตรมาส เดนมาร์กแสดงดัชนีพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาสที่สอง แต่ลดลงมาในช่วงไตรมาสที่สี่ เท่ากับ 0.5% ของ GDP และการบริโภคภาคเอกชนลดลง เท่ากับ 1.3% ซึ่งน้อยที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปี 2551

ตัวเลขเบื้องต้นของเดือน มกราคม-มีนาคม 2557 แสดงให้เห็นว่า GDP ที่แท้จริง เฉลี่ยเท่ากับ 0.9% ที่มาจากการเจริญเติบโตภายใน เช่น การบริโภคภาคเอกชน (2%) การลงทุนรวมคงที่ (3.5%) และการส่งออกสินค้าและบริการ (1.3%) รายงานทาง EIU คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เฉลี่ยการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปีประมาณ 1.8% ระหว่างปี 2557- 2561 จากการส่งออก อย่างไรก็ดี ยังมีการกังวลต่อการเจริญเติบโตที่อ่อนแอในเขตยูโร (Euro Zone) และระดับหนี้ภาคครัวเรือนที่สูง การฟื้นฟูการบริโภคภาคเอกชนยังมีระดับไม่คงที่ แม้อัตราเงินเฟ้อจะลดลง การเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของภาษีมีผลต่อการลดรายได้ส่วนบุคคลพร้อมทั้งความเชื่อมั่นต่อการใช้จ่าย ซึ่งอาจเป็นปัญหาในระยะกลาง

หนี้ภาคครัวเรือนยยังเป็นปัญหาจากปัญหาราคาบ้านในปี 2548- 2550 แต่มีแนวโน้มสถานการณ์ที่จะดีขึ้นเรื่อยๆ (หนี้ภาคครัวเรือนยังคงอยู่ที่ประมาณ 300% ของรายได้รวมที่หักภาษีแล้วในไตรมาสที่สามของปี 2555) อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวสภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีแนวโน้มจะช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการใช้จ่าย

การลงทุนคงที่ (Gross fixed investment) คาดว่ามีความเข้มแข็ง เนื่องจากได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้นในพื้นภาค เงินยูโรและเงินฝากออมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นของบริษัท การลงทุนภาครัฐอยู่ในระดับสูง แต่มีจุดอ่อนในด้านการจำกัดการลงทุนของภาคเอกชนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตอย่างมาก

การส่งออกปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2557 หลังจากที่ลดลงในไตรมาสก่อนหน้านี้ รายงาน EIU เชื่อว่าเศรษฐกิจของเดนมาร์กควรจะดำเนินสร้างความเข้มแข็งระดับปานกลางต่อไป แม้จะประสบปัญหาการฟื้นตัวของยูโรโซน และความตึงเครียดทางการเมือง เช่น ระหว่างรัสเซียและยูเครน อีกทั้ง ดัชนีชี้ผลบวกจากการผลิตและการลดลงของรายจ่ายปีที่ผ่านมา เดนมาร์กมีความจำเป็นที่จะฟื้นฟูศักยภาพในการแข่งขันในการส่งออก