เกร็ดการทำธุรกิจ


SWOT Analysis

SWOT Analysis


จุดแข็ง

ทางเลือกที่ปลอดภัยและความเสี่ยงในการทำธุรกิจอยู่ในขั้นต่ำ
เดนมาร์กได้รับการจัดอันดับในดัชนีความโปร่งใสระหว่างประเทศมานานหลายปี รายงาน Corruption Perception Index 2013 จัดโดย Transparency International จัดอันดับให้เดนมาร์กอยู่อันดับที่ 1 ของโลก ควบคู่กับนิวซีแลนด์ในด้านความโปร่งใสของระบบราชการ

การเข้าถึงตลาดที่ร่ำรวย
เข้าถึงประชากรที่มีอำนาจในการซื้อและรายได้สูง Purchasing Power Parity และ GDP per capita และง่ายต่อการเข้าถึงทั้งสหภาพยุโรป

นโยบาย Flexicurity
เดนมาร์ก มีความยืดหยุ่นสูงในการจ้างงางและการเลิกจ้าง แรงงานเดนมาร์ก เป็นหนึ่งในระเทศยุโรปที่มีประสิทธิผลผลิตในการผลิต และประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่ง 96% ของประชากรจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา และ 47% ในระดับอุดมศึกษา 4 ใน 5 ของประชากรเดนมาร์ก สามารถสื่อสารทางภาษาอังกฤษ และจำนวนครึ่งของประชากร สามารถพูดภาษาเยอรมันได้

เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ
ในระบบการขนส่งโลจิสติก การสื่อสาร และรวมถึงการคมนาคมอื่นๆ เช่น เป็นจุดเชื่อมต่อการบินระหว่างประเทศสแกนดิเนเวียกับประเทศอื่นๆ 140 จุดหมายปลายทางทั่วโลก และขนส่งทางอากาศ ประมาณ 380,000 ตันในแต่ละปี

ง่ายต่อการก่อตั้งธุรกิจ
บริษัทต่างประเทศจะได้รับประโยชน์จากนโยบายทางการค้า Plug n’ Play สามารถดำเนินการลงทะเบียบก่อตั้งธุรกิจภายในหนึ่งวัน และออกใบอนุญาตถิ่นที่อยู่อาศัยและใบอนุญาตทำงานใน 5 สัปดาห์ รายงานธนาคารของโลกชี้ว่าเดนมาร์กเป็นหนึ่งในที่ง่ายที่สุดในโลกของการทำธุรกิจ

เป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานสะอาด เทดโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และชีววิทยาศาสตร์
ซึ่ง 20% ของไฟฟ้าในเดนมาร์กถูกสร้างขึ้นโดยพลังงานลมในเดนมาร์ก ศูนย์ ICT ในเดนมาร์กมีโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัย ทั้งระดับประเทศและระดับโลก ประชากรมีความพร้อมในการใช้การสื่อสารทางอีเมล

คุณภาพของชีวิต
โคเปนเฮเกนเป็นหนึ่งใน เมืองยุโรปที่น่าสนใจที่สุด และถูกจัดเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดของโลก ในปี 2557 โดย United Nation การได้รับใบอนุญาตถิ่นที่อยู่อาศัยและใบอนุญาติทำงาน มีผลให้ผู้ประกอบการเข้าถึง บริการสวัสดิการของเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงการดูแลทางการแพทย์และการศึกษาที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย


จุดอ่อน

ประเทศไทยและเดนมาร์กมีระยะทางอยู่ค่อนข้างห่างกัน
และเนื่องจากประชากรเดนมาร์กมีไม่มาก เพียง 5.6 ล้านคน จัดเป็นตลาดขนาดเล็ก ยอดสั่งซื้อแต่ละครั้ง จึงอาจมีปริมาณไม่มาก หรือต้องมีการรวมตู้ขนถ่ายสินค้า ทำให้ผู้ส่งออกไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญผู้ซื้อเดนมาร์กนัก

การติดต่อค้าขายส่วนใหญ่เดนมาร์ก
จะนิยมค้าขายกับกลุ่มสหภาพยุโรป และประเทศยุโรปตะวันตกด้วยกัน

ปัญหาการค้าระหว่างภาคเอกชนไทยและเดนมาร์กมีไม่มากนัก
เช่น ปัญหาผู้ส่งออกไทยไม่ส่งมอบสินค้าตรงเวลา ผู้นำเข้าเดนมาร์กไม่ชำระเงินค้าสินค้า เป็นต้น

ปัญหาการค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับเดนมาร์ก
ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาภายใต้กรอบของสหภาพฯ เนื่องจากสหภาพยุโรปให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยได้ออกมาตรการด้าน Food Safety, Integrated Product Policy (IPP) และนโยบาย Waste Electrical and Electronic Equipment (WEEE) รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารตกค้างในสินค้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผักสด กุ้งและไก่แช่แข็ง นอกจากนั้น สหภาพยุโรปยังได้ตัดสิทธิ Generalizes System of Preferences (GSP คือ ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป) ที่ให้กับสินค้าไทยและเรียกเก็บภาษี AD และ CVD กับสินค้าไทยด้วย ซึ่งสินค้าอาหารของไทยหลายรายการมีการตรวจพบเชื้อโรค และสารตกค้างปนเปื้อนเป็นระยะๆ


โอกาส

เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรสูง
ประมาณ 36,764 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี จัดเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม มีมาตรฐานความเป็นอยู่สูง ทำให้ต้นทุนการผลิต ค่าแรงงานสูงตามไปด้วย จึงต้องพึ่งพานำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร เสื้อผ้า สิ่งทอ อัญมณีเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าไทยที่มีความชำนาญและมีศักยภาพในการส่งออกสูง

ระบบการค้าพาณิชย์อีเลคทรอนิกส์ (E-commerce)
เข้ามามีบทบาทในการสั่งซื้อสินค้า แนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าที่สั่งซื้อผ่านทางออนไลน์มีปริมาณเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสำหรับลูกค้าที่ชอบความสะดวกสบายและกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงทำให้สินค้าไทยมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

ชาวเดนมาร์กให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม
มีความกังวลห่วงใยในสุขภาพ และโครงสร้างประชากร สังคมผู้สูงวัย (aging society) เป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน ผู้ส่งออกไทยจึงต้องพัฒนาปรับปรุงสินค้าให้เข้ากับนิสัยความเป็นอยู่ของชาวเดนมาร์ก เช่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ให้สวยงาม เข้าใจง่าย มีรูปแบบเรียบง่ายแต่ดูดี ทำจากวัสดุที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีขนาดบรรจุภัณฑ์เหมาะสำหรับการบริโภคของครอบครัวขนาด 1-2 คน ใช้ครั้งเดียวหมด หรือง่ายต่อการใช้โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม หรือทำจากธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง การผลิตอาหารบำรุงสุขภาพ เช่น มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อย หรือใช้สารความหวานอื่นที่ไม่เป็นอันตรายแทนน้ำตาล สินค้าที่ทำจากสมุนไพร เป็นต้น

ชาวเดนมาร์กมีการติดต่อซื้อขายและรู้จักประเทศไทยมานาน
จึงมีความผูกพันและรู้จัก ประเทศไทยจากการที่ติดต่อซื้อขายกันมานาน และการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย การทำธุรกิจนิยมระบบการค้าแบบยั่งยืน เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทใดก็จะติดต่อสั่งซื้อเป็นเวลานาน

เดนมาร์กจัดเป็นประเทศผู้มีความชำนาญด้านการค้ามาช้านาน (Trading Nation)
และภูมิประเทศ เส้นทางคมนาคมเป็นศูนย์กลางยุโรปเหนือกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ และกลุ่มบอลติก ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยสามารถใช้เดนมาร์กเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเหล่านั้นได้

อุตสาหกรรมการออกแบบและการคุ้มครองสิทธิ์
เดนมาร์กเป็นประเทศที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมการออกแบบ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องประดับต่างๆ มีความสนใจในการประยุกต์ใช้ การออกแบบ ทั้งสมัยใหม่และแบบดั้งเดิม และผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นั้น หากมีลิขสิทธิ์ จะมีราคาที่สูงเทียบเท่ากับตลาดโลก จึงเป็นอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทนชาวไทย เช่นการผลิตร่วมกัน (Co-operate/ Joint ventures) หรือเป็นสินค้าส่งออกมาในตลาดของเดนมาร์ก (Export)

ธุรกิจการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์กนิยมใช้เวลาพักผ่อนเดินทางไปประเทศไทย ทั้งกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการ Backpack หรือเป็นนักเรียนอาสาสมัครหลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ครอบครัว และผู้ที่เกษียญอายุแล้ว ดังนั้นคำแนะนำและข้อมูลสำหรับการเดินทางหรือพักร้อนภายในประเทศไทยมีความจำเป็นภาคการท่องเที่ยวนี้ ผู้สนใจอาจลงทุนโดยการประสานงานกับหน่วยงานการเดินทางในเดนมาร์ก หรือ เปิดบริษัทผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น

การลงทุนเพื่อ Research and Development (R&D)
เนื่องจากเดนมาร์ก มีการพัฒนาด้าน ICT, ชีววิทยา และ พลังงานสะอาด นักลงทุนไทยสามารถที่จะจัดตั้งสาขาบริษัทเพื่อการค้นคว้า ทดลองหรือเก็บประเด็นความรู้ สำหรับการพัฒนาสินค้าและการผลิตในประเทศไทย