ความสัมพันธ์ไทย-เดนมาร์ก

ด้านการทูต

ประเทศไทยและเดนมาร์กเริ่มมีการติดต่อระหว่างกันครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี 2164 (ค.ศ.1621) ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โดยเรือสินค้าเดนมาร์กได้เดินทางมาถึงเมืองตะนาวศรีและได้นำปืนไฟมาขาย ต่อมา ชาวเดนมาร์กได้รับอนุญาตให้เข้ามาค้าขายในราชอาณาจักร หลักฐานการติดต่อระหว่างไทยกับเดนมาร์กปรากฏอีกครั้งเมื่อปี 2313 (ค.ศ.1770) ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อไทยได้สั่งซื้อปืนใหญ่จาก Danish Royal Asiatic Company ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยและเดนมาร์กได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ การค้า และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2401 (ค.ศ. 1858)

หลังจากนั้น ทั้งสองประเทศได้เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ทางทูตระหว่างกัน โดยในปี 2403 (ค.ศ. 1860) เดนมาร์กได้ตั้งสถานกงสุลที่กรุงเทพฯ และในปี 2425 (ค.ศ. 1882) ไทยได้แต่งตั้งอัครราชทูตประจำประเทศในยุโรปให้ดำรงตำแหน่ง อัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์) ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กคนแรก ในปี 2497 (ค.ศ.1954) ไทยจึงได้เปิดสำนักงานที่กรุงโคเปนเฮเกน โดยมีขุนพิพิธวิรัชชการ ดำรงตำแหน่งอัครราชทูต และต่อมาเมื่อไทยและเดนมาร์กยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2501 (ค.ศ. 1958) ขุนพิพิธวิรัชชการได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กคนแรก ปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กมีเขตอาณาครอบคลุมเดนมาร์ก ไอซ์แลนด์และลิทัวเนีย ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำไทยมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและกัมพูชา

ไทยและเดนมาร์กมีความสัมพันธ์ยาวนานซึ่งดำเนินไปด้วยความราบรื่นในบรรยากาศของมิตรไมตรีและความเข้าใจที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้ชิดกันมาเป็นเวลาช้านานนับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงระหว่างกันอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับพระประมุข พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้นำรัฐบาล นอกจากนี้ เอกลักษณ์เฉพาะพิเศษสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ไทยกับเดนมาร์ก คือ การส่งมอบช้างพระราชทาน 2 เชือก น้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริก ที่ 9 แห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระราชินีอินกริด ในวโรกาสเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะ พระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (State Visit) เมื่อวันที่ 12-24 มกราคม 2505 และการส่งมอบช้างพระราชทาน 2 เชือก น้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามี ใน วโรกาสเสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (State Visit) ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 7-12 กุมภาพันธ์ 2544

ด้านการเมือง

ความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างไทยกับเดนมาร์กเป็นไปโดยราบรื่น มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำของรัฐบาลไทยและเดนมาร์ก ทั้งสองฝ่ายได้ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันในเวทีการเมือง ระหว่างประเทศด้วยดีในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนากระบวนการประชาธิปไตย ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติการรักษาสันติภาพ การรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งสองประเทศไม่มีปัญหาความขัดแย้งทางด้านการเมือง ความมั่นคงที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคี สำหรับในกรอบความสัมพันธ์ระดับพหุภาคี ไทยและเดนมาร์กได้มีความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กรอบความสัมพันธ์อาเซียนกับสหภาพยุโรป (ASEAN-EU) และกรอบการประชุมเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting : ASEM) รวมทั้งองค์การสหประชาชาติ และองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Cooperation in Europe : OSCE)

ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

การค้าระหว่างไทยกับเดนมาร์กในปี 2557 มีมูลค่าการค้ารวม 815.61ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปยังเดนมาร์กเป็นมูลค่า 438.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำจากเดนมาร์กเป็นมูลค่า 376.81ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า มูลค่า 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังเดนมาร์ก ได้แก่ รองเท้าและชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ในครัวและบ้านเรือน สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเดนมาร์กที่สำคัญ ได้แก่ เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากเดนมาร์ก ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ ผลิตภัณฑ์เวชกรรม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์

(ที่มา: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากรมศุลกากร)

การลงทุน

ระหว่างปี 2553-2557 มีบริษัทเดนมาร์กยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยผ่านสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 72 โครงการ เป็นมูลค่า 2,447 ล้านโครนเดนมาร์ก (อัตราแลกเปลี่ยน 1 โครนเดนมาร์ก เท่ากับ 5.79 บาท เมื่อปี 2554) โดยในจำนวนดังกล่าว 21 โครงการ ซึ่งมีมูลค่า 66.6 ล้านโครนเดนมาร์ก เช่นโครงการในสาขาอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่อีก 21 โครงการ มูลค่า 221.1 ล้านโครนเดนมาร์ก เป็นโครงการในสาขาภาคบริการ และ 13 โครงการ มูลค่า 1,969.1 ล้านโครนเดนมาร์ก เป็นโครงการในสาขาอุตสาหกรรมหรือสิ่งทอ

(ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน)

บริษัทข้ามชาติของเดนมาร์กที่เข้าไปลงทุนในประเทศไทย อาทิ LEGO, ECCO, Pandora, Georg Jensen, Royal Copenhagen, Maersk Line RICE และ Novo Nordisk เป็นต้น

สำหรับการลงทุนจากไทยในเดนมาร์กนั้น จากข้อมูลของ Statistics Denmark พบว่า ในปี 2557 ไทยลงทุนในเดนมาร์กเป็นมูลค่าประมาณ 9,703 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นลำดับที่ 29 ของการลงทุนจากประเทศในเดนมาร์ก โดยบริษัทของไทยที่เข้ามาลงทุนในเดนมาร์ก อาทิ Central Group (ค้าปลีก), Thoresen Thai (ขนส่ง), SVI Public Co. Ltd. (บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑฺ์วงจรไฟฟ้าและผลิตภัณฑฺ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป), CPF(อาหารแช่แข็ง) และ Blue Elephant (ภัตตาคาร) เป็นต้น

การท่องเที่ยว

ชาวเดนมาร์กส่วนใหญ่รู้จัก และมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับประเทศไทยและคนไทย โดยในปี 2557 มีชาวเดนมาร์กเดินทางไปประเทศไทยจำนวน 163,577 คน ส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปเที่ยวกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย นักท่องเที่ยวเดนมาร์กเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีการใช้จ่ายสูง นิยมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ เดนมาร์กจึงเป็นกลุ่มประเทศเป้าหมายของไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในโครงการพำนักระยะยาว

เมื่อต้นปี 2558 บริษัท Jysk Travel Agency ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ในเดนมาร์กได้สอบถามลูกค้าเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวและแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2558 ผลปรากฏว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ชาวเดนมาร์กอยากไปเที่ยวมากที่สุด รองลงไป คือ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เปรู แคนาดา อาร์เจนตินา แทนซาเนีย และแอฟริกาใต้


ด้านสังคมและวัฒนธรรม

ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในเดนมารฺ์กประมาณ 15,000 คน โดยในจำนวนดังกล่าว มีทั้งที่สมรสกับชาวเดนมาร์กและทีเดินทางเข้ามาทำงานในร้านอาหาร โรงแรมและศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

ชาวเดนมาร์กจำนวนมากรู้จักและชื่นชอบอาหารไทย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีชาวเดนมาร์กจำนวนหนึ่งเรียนภาษาไทยและมวยไทยด้วย นอกเหนือจากการเดินทางมาท่องเที่ยวในเดนมาร์กแล้ว นักท่องเที่ยวไทยจำนวนหนึ่งก็เข้ามาในเดนมาร์กเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม เช่น นอร์เวย์และไอซ์แลนด์ อีกทั้งพบว่า ปัจจุบันมีนักเรียน นักศึกษา นักวิจัยและผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเดินทางมาศึกษาและดูงานในเดนมาร์กมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมายังเดนมาร์กยังมีไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวเดนมาร์กที่เดินทางไปประเทศไทย